ปวดหัว...
บาดแผลที่ใจขยายใหญ่ขึ้นอีกแล้ว...
ความทรงจำในอดีตกำลังย้อนกลับมาหลอกหลอนฉันอีกครั้ง...
ทุกครั้งที่นึกถึงมัน
ฉันอยากฆ่าตัวตาย...
ขยะแขยงตัวเอง รังเกียจคนรอบข้าง ไม่สามารถให้อภัยบุคคลที่กระทำเรื่องเลวร้ายกับชีวิตฉันได้...
มันอาจจะไม่หนักหนา หรือเลวร้ายที่สุด ถ้าเทียบกับคนที่เผชิญสิ่งเหล่านั้นที่มันเจ็บปวดยิ่งกว่า
แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่ บาดแผลเล็ก ๆเหล่านี้ กำลังถูกขยายให้ใหญ่ ไม่ว่าจะผ่านมายาวนานแค่ไหน มันยังคงหลอกหลอน กระตุ้นเตือนความจำทุกครั้ง ที่มีเรื่องบางอย่างมาสะกิดแผลที่ใจ
เจ็บปวด...
เคียดแค้น...
ขยะแขยงตัวเอง...
ฉันไม่ใช่คนดีมากพอที่จะอภัยให้บุคคลเหล่านั้นได้
ขณะที่กำลังบันทึกอยู่นี้ น้ำตาแห่งความเคียดแค้น เจ็บปวด กำลังหลั่งใหล...
ฉันอยากลบความทรงจำเหล่านั้นออกไป
อย่าให้ฉันต้องทนทุกข์กับความทรมาน...
ที่ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่
มันไม่เคยเลือนหายไปจากสมอง และจิตใจของฉันเลย...
วันนี้ ผู้หญิงเพียงคนเดียวในโลก ที่ฉันเคยคิดมาตลอดว่ารักฉัน และฉันก็รักมาก...
กำลังทำให้ฉันมีความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ทั้งการกระทำ คำพูด และเรื่องในอดีตหลาย ๆอย่าง
ทำให้ฉันไม่มีความแน่ใจ ว่าแท้ที่จริงแล้ว สิ่งที่ฉันคิด จะเป็นอย่างที่รู้สึกจริง ๆหรือไม่...
หรือว่าความจริงแล้ว ฉันไม่เคยได้รับความรักอย่างจริงใจจากคนรอบข้างเลย...
ฉันเพิ่งได้ตระหนักในวันนี้ ว่าความจริงก็คือ...
ฉันอาจยังไม่เคยรู้จักความรัก ทั้งจากคนในครอบครัว บุคคลรอบข้าง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันได้สัมผัส มันคือความว่างเปล่า...
แล้ววันนี้ฉันก็ทำร้ายตัวเองอีกครั้ง...
บาดแผลที่จิตใจไม่เคยเจือจาง บาดแผลที่ร่างกายก็มีแต่เพิ่มมากขึ้นทุกวันทุกวัน...
เลือดที่ข้อมือหยุดไหล และแห้งติดผิวหนัง...
แต่เหตุใดน้ำตาของฉัน ยังคงไหลไม่หยุด...
ฉันโกรธเจ็บปวด เคียดแค้น กดดัน...
อยากจะทำร้ายคนที่ทำร้ายฉัน อยากจะหนีไปให้พ้น ๆ
แต่ฉันกลับทำอย่างนั้นไม่ได้ ฉันยังไม่เข้มแข็งพอ...
ฉันพร่ำบอกตัวเองหลายครั้ง ฉันรู้ดีว่าในโลกนี้คงไม่มีใครรักฉัน ดังนั้น ฉันจึงควรรักตัวฉันเอง
ฉันจะรักตัวเองให้มาก และจะหยุดความรู้สึกรักและผูกพันกับผู้อื่น
ฉันไม่ควรรู้สึกรัก หรือผูกพันกับใคร...
เพราะอีกไม่นาน อาจจะเร็ว หรือช้า คนเหล่านั้นจะหายไปจากชีวิตฉัน
แต่สำหรับตัวฉันนั้น ฉันจะไม่หายไป หรือเมื่อถึงเวลานั้นเมื่อไหร่
ฉันก็จะหายไป พร้อม ๆกับความรักที่ฉันมีต่อตัวฉันเอง...
น้ำตายังคงหลั่งใหล...
ฉันเช็ดมันออก ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
แต่มันก็ยังไหลไม่หยุด...
ความทรงจำในอดีตยังคงวนเวียนอยู่ในสมอง ยิ่งคิด ก็ยิ่งเจ็บ ความเจ็บทำให้ฉันเคียดแค้น นึกโทษตัวเองที่ต้องเกิดมาเจอเรื่องราวเหล่านี้
ไม่มีใครช่วยฉันได้ ฉันยังต้องจมอยู่กับมัน
อยากให้มีใครสักคนยื่นมือมาฉุดดึงฉัน...
ทำให้ฉันหลุดพ้นจากอดีต ลืมสิ่งที่เคยถูกกระทำ ให้ฉันยิ้มได้ โดยที่ภายในไม่ต้องร่ำไห้อย่างเงียบ ๆ
น่าสงสารตัวเอง ที่เวลาเจ็บ ทางออกของฉันก็คือทำให้ตัวเองเจ็บยิ่งกว่าเก่า
มีคำพูดมากมาย ที่ทำให้ฉันเจ็บปวด ทุกข์ทน กดดัน
คำพูดจากบุคคลคนที่ฉันรัก คนที่เลี้ยงดูฉัน แต่ถึงอย่างนั้น ความรักที่ได้รับกลับน้อยนิด ไม่เพียงพอที่จะกลบลบความรู้สึกปวดร้ายภายในใจได้
ทำไมถึงยังเห็นคนอื่นดีกว่าฉัน ทั้ง ๆที่คนเหล่านั้นทำร้ายฉัน แต่กลับทำเพิกเฉย ยังคงปล่อยฉันไว้ ทำร้ายด้วยคำพูด ให้ฉันรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เหมือนไม่มีคุณค่าที่ได้เกิดมา
ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่คนดี คงไม่ดีเท่าคนเหล่านั้น ฉันจึงไม่อาจเทียบได้
...บอกว่านับวันยิ่งเกลียดฉัน
ฉันรับได้ และทำใจกับมัน
แต่...จะเคยรู้บ้างไหม
ว่าจากความรักที่มีอย่างบริสุทธิ์ และจริงใจจากฉัน
นานวัน... มันกลับค่อย ๆแปรเปลี่ยน กลายเป็นความเกลียดชัง
แต่ถึงอย่างนั้น ฉันรู้ตัวเองดีว่า ฉันกำลังหลอกตัวเอง...
บ่อยครั้ง ที่...บอกว่าเกลียดฉัน ไม่อยากอยู่ร่วมบ้าน ไม่อยากเห็นหน้า
ฉันไม่รู้ว่าที่พูดออกมา มาจากความโกรธเพียงชั่ววูบ หรือมันคือจิตใต้สำนึกจริง ๆกันแน่ ที่ทำให้... พูดออกมาอย่างนั้น
รู้ไหมว่ามันช่างเจ็บปวด ทรมาน ที่ถูกคนที่คิดว่าเป็นเพียงคนเดียวในโลกที่คิดว่าจะรักฉัน ต่อใหฉันจะดีจะชั่ว ความรักนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลง
แต่แล้วฉันก็รู้ว่ามันไม่ใช่...
และด้วยความเป็นคนหัวรั้น ดื้อด้าน พยายามบอกตัวเองให้เข้มแข็ง ไม่ต้องแคร์อะไร ยิ่งกับคนที่ทำให้ฉันเจ็บ ฉันยิ่งอยากทำให้คน ๆนั้นเจ็บยิ่งกว่า
ฉันตอบกลับไป เมื่อถูกบอกว่าเกลียดอีกครั้ง
ฉันตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ ใบหน้าสงบนิ่ง น้ำเสียงเย็นชา
ฉันบอกว่าเรื่องของ... อยากเกลียดก็เกลียดไป นั่นเป็นสิ่งที่ฉันพูด แล้วฉันก็ถูกผลักไส ถูกไล่ออกจากบ้าน
ฉันรู้ว่าถ้าฉันไป ... ก็คงไม่รู้สึกอะไรต่อการไปของฉัน
แต่ฉันคงไปไม่ได้ เพราะฉันยังไม่เข้มแข็งพอที่จะเดินไปจากบ้านฉันหวาดกลัวความเหงา ความโดดเดี่ยว ความรู้สึกหดหู่ใจ บ่อยครั้งที่ต้องเผชิญกับมัน ฉันจะผ่านพ้นไปได้ ด้วยสภาพจิตใจที่ทุลักทุเล
และถึงแม้ถึงการกระทำภายนอก จะเฉยชาสักเพียงใด แต่แท้จริงในใจฉันนั้นรัก...มาก ฉันรู้ว่าที่ต้องทำงานหนักก็เพื่อทุก ๆคนในบ้าน แต่ความรักและการกระทำของพวกเรากำลังสวนทาง
ฉันไม่เข้าใจ...
ที่บอกว่าเกลียดฉัน มันเป็นเรื่องเมื่อหลายวันก่อน ฉันเป็นคนที่โกรธง่าย หายเร็ว แต่จำนาน คำที่บอกว่าเกลียดมันรบกวนจิตใจฉัน และฉันต้องปลอบตัวเองทุกครั้งที่นึกถึงมัน
ฉันบอกตัวเองทุกครั้ง ได้แต่โต้เถียงในใจ
...เกลียดฉันก็ช่าง แต่อยากให้รู้ว่าฉันเกลียด...ยิ่งกว่า มีเหตุผลเป็นล้านที่ทำให้ฉันรู้สึกอย่างนั้นได้ แต่มีเหตุผลเพียงข้อเดียวที่ฉันไม่อาจรู้สึกอย่างนั้นได้จริง ๆ
เพราะคุณให้กำเนิดฉัน ถึงแม้จะไม่ได้เกิดจากความเต็มใจ ความรัก แต่ก็ต้องขอบคุณที่ทำให้ฉันเกิดมา ให้ฉันมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ มีชีวิตและเผชิญกับสิ่งเลวร้ายจากบุคคลรอบข้าง ให้ฉันถูกทำร้าย ให้ฉันถูกทำลาย...
วันนี้...ต่อว่าฉันฉันร้องไห้ ฉันเคยบอกตัวเองให้เข้มแข็ง อย่าร้องไห้ให้คนเห็น แต่ฉันก็พลาด ...เห็นฉันร้องไห้ ...ไม่รู้สึกอะไร...บอกให้ฉันฆ่าตัวตายจะได้พ้น ๆไปจากบ้านนี้
...อาจจะรู้ ว่าฉันทำได้ หรือคิดว่าฉันคงไม่ทำ หรือจะอะไรก็ตามแต่ ที่ทำให้..พูดออกมาอย่างนั้น
แต่อยากจะบอกว่าฉันไม่รู้สึกอะไร กับคำพูดนั้น จิตใจของฉัน มันด้านชา ไม่มีความรู้สึกรู้สาอีกต่อไป
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต ทำให้ฉันค่อย ๆเข้มแข็ง...
ฉันดีใจ ที่ตัวเองอดทนต่อคำพูดเหล่านั้นได้
ฉันกลับขึ้นห้อง ไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ฉันกำลังฆ่าจิตใจของตัวเอง...
น้ำตาฉันไหลเลือดกำลังซึมออกมาจากบาดแผล มันไม่ลึกมากเท่าความรู้สึกในจิตใจ ไม่เจ็บมากเท่ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยเผชิญ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันทำร้ายตัวเอง เหตุการณ์อย่างนี้เคยเกิดขึ้น ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ทุกครั้งที่เรื่องในอดีตหวนขึ้นมา ทุกครั้งที่ถูกทำให้รู้สึกเจ็บ ฉันจะทำร้ายตัวเอง
สีของเลือดทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น อาจะเพราะสีของมันสวย แดงสดและค่อย ๆไหลซึมออกมาช้า ๆ สวนทางกับน้ำตาของฉัน และเมื่อมันทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ ฉันจะย้ำเตือนตัวเองด้วยบาดแผลเหล่านั้น
ทุกครั้งที่ทำตัวเอง ...ไม่เคยเห็น และ... ไม่เคยรู้ถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับฉัน
แต่มีครั้งหนึ่ง ที่ฉันสุดจะกลั้น ฉันไม่อาจทนทาน ต่อสิ่งที่ได้รับรู้ มันน่าขยะแขยง ทำให้ฉันเคียดแค้น และทำร้ายตัวเองอีกครั้ง
ฉันหันหลังให้ ...กำลังมองแผ่นหลังของฉัน เรากำลังคุยกัน ถึงเรื่องบางอย่าง ที่ทำให้ทั้งฉันและ...ต้องรู้สึกเจ็บ และทั้ง ๆที่รู้ ว่าเรื่องมันต้องเป็นอย่างนั้น แต่ฉันกลับทนไม่ได้ เมื่อได้ยินจากปาก... ทั้ง ๆที่รู้ แต่ ...ก็ยัง...
ครั้งนั้นฉันทนต่อไปไม่ได้ ราวกับมีลูกไฟสุมอยู่ในกาย มันร้อนจนแทบคลั่ง และในที่สุดฉันก็ระเบิดมันออกมา
ดินสอที่ฉันกำลังจับอยู่ มันเปลี่ยนจากที่เคยจรดกระดาษ มากระหน่ำแทงที่หลังมือของฉัน ครั้งแล้ว ครั้งเล่า จนกระทั้งเลือดไหลออกมา จนกระทั่งเนื้อหนังหลุดลอก จนกระทั่งฉันหมดแรง
ระหว่างนั้น ...ไม่ได้พูดห้ามสักคำ แต่หลังจากที่ฉันหยุด มีคำพูดคำหนึ่งที่หลุดออกจากริมฝีปากทว่า ฉันกลับจำไม่ได้ เพราะความรู้สึกตอนนั้น มันเปี่ยมไปด้วยความเจ็บ เต็มไปด้วยความแค้น รู้แต่ว่า ... ไม่อยากให้ฉันทำร้ายตัวเอง เพราะมันไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา
...พูดเสียงเรียบ ฉันมองไม่เห็นหน้า... เพราะฉันไม่ได้หันไป ฉันไม่กล้ามอง ไม่อยากเห็น ...เจ็บปวด แต่ฉันก็รู้ น้ำตา...ไหล ...กำลังร้องไห้ เช่นเดียวกับฉัน
เหตุการณ์ครั้งนั้น ผ่านมานานกว่าสองปี แต่ทำไม...ถึงยังไม่ทำอะไรสักอย่าง ทำไม..ถึงทำให้ฉันรู้สึกว่าไม่ได้รักฉัน เท่ากับที่รักบุคคลเหล่านั้น ทำไมถึงทำให้ฉันรู้สึกไร้ค่า ไม่อาจเทียบเท่ากับคนเหล่านั้นได้
รอยแผลเป็นในครั้งนั้นยังคงอยู่ แต่ทำไมถึงกลับทำเหมือนมองไม่เห็น ความเจ็บของฉัน อาการนอนไม่หลับ ความรู้สึกกดดันสิ่งเหล่านั้น ไม่ได้ช่วยให้ฉันได้รับความเห็นอกเห็นใจเลยหรืออย่างไร
บ่อยครั้งที่ความผิดเพียงน้อยนิดของฉัน ทำให้ความดีที่เคยกระทำถูกลบหาย
ภายนอกของฉัน เหมือนคนไม่คิดอะไร โกรธแล้วก็หาย ร้องไห้แล้วก็ยิ้ม...
แต่จะมีใครรู้ ว่าในใจของฉันนั้นไม่ใช่
ฉันยังคงร้องไห้ ร่ำร้องให้ใครสักคนเข้าใจฉันอยู่เงียบ ๆ
ทุกครั้งที่ยิ้ม นั่นไม่ได้หมายความว่า ในใจของฉันจะกำลังยิ้ม อย่างที่ภายนอกแสดงออก
ทุกครั้งที่เสียงหัวเราะดัง นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันกำลังมีความสุขอย่างที่แสดงออกไป
เมื่อไหร่ความรู้สึกเหล่านี้จะจางหาย...
จะมีใครสักคนในโลกใบนี้บ้างไหม ที่จะทำให้ฉันลืมมัน
ได้โปรด ยื่นมือมาฉุดดึงฉัน ช่วยทำให้ฉัน นอนหลับเต็มตาเสียที...
edit @ 2006/02/03 22:42:17


ยัยขี้แยมีสองสี
แต่ที่โดนที่สุดเป็นสีชมพู ฮ่า ๆๆ! แต่ทำไมคนอ่านชอบสีเขียวกันเยอะนักนะ- -''